‘Dr. Vandana Shiva’ นักวิชาการชื่อดังชาวอินเดีย


Deprecated: Function get_magic_quotes_gpc() is deprecated in /home/beyondpa/public_html/wp-includes/formatting.php on line 4781

Deprecated: Function get_magic_quotes_gpc() is deprecated in /home/beyondpa/public_html/wp-includes/formatting.php on line 4781
vandana_shivapic

vandana-shiva pic‘Dr. Vandana Shiva’ เกิดเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ค. ศ. 1952 เธอเป็นนักวิชาการชาวอินเดีย เป็นนักกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเป็นผู้สนับสนุนอธิปไตยทางอาหารและผู้ประพันธ์ต่อต้านโลกาภิวัตน์ ผลงานของ ‘Dr. Vandana Shiva’ มีมากกว่า 20 ชิ้นงานเลยทีเดียว โดยเธอเป็นหนึ่งในผู้นำ รวมทั้งสมาชิกคณะกรรมการของ ‘International Forum on Globalization’ นอกจากนี้เธอยังเป็นสมาชิกคนหนึ่งของคณะกรรมการวิทยาศาสตร์ของ ‘Fundacion IDEAS’ พรรคสังคมนิยมของสเปนอีกด้วย

ชีวิตในวัยเด็ก รวมทั้งการศึกษาของ ‘Dr. Vandana Shiva’  

‘Dr. Vandana Shiva’ เกิดที่ Dehradun โดยพ่อของเธอเป็นผู้พิทักษ์ป่า ส่วนแม่ของเธอเป็นชาวนาผู้รักธรรมชาติมาก เธอ ได้รับการศึกษา ณ โรงเรียนมัธยมของ Convent of Jesus and Mary โดย Dr. Vandana ศึกษาวิชาฟิสิกส์ที่มหาวิทยาลัย Panjab University ใน Chandigarh จบการศึกษาปริญญาตรีวิทยาศาสตร์ในปี ค.ศ.1972 หลังจากยุติ ณ ศูนย์วิจัยอะตอม Bhabha เธอย้ายไปอยู่แคนาดา เพื่อไล่ตามอาจารย์ในปรัชญาวิทยาศาสตร์ ณ University of Guelph ในปี 1977 โดยเธอเป็นผู้เขียนเขียนวิทยานิพนธ์เรื่อง ‘การเปลี่ยนแปลงแนวคิดของช่วงเวลาของแสง’ ในปี 1978 เธอสำเร็จการศึกษา ได้รับปริญญาเอกด้านปรัชญาจาก University of Western Ontario โดยเธอมุ่งเน้นการเรียน ไปยังปรัชญาของฟิสิกส์ วิทยานิพนธ์ของเธอมีชื่อว่า ‘ตัวแปรที่ซ่อนอยู่ สถานที่ตั้งในทฤษฎีควอนตัม’ ซึ่งเธอได้พูดถึงผลกระทบทางคณิตศาสตร์และปรัชญาของทฤษฎีตัวแปรที่ซ่อนอยู่ โดยอยู่นอกดเหนือขอบเขตของทฤษฎีบทของเบลล์ หลังจากนั้นเธอก็เดินไปตามสหวิทยาการวิจัยในวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี พร้อมเริ่มนโยบายทางด้านสิ่งแวดล้อม ณ สถาบันวิทยาศาสตร์แห่งอินเดียและสถาบันการจัดการแห่งอินเดียในบังกาลอร์

เส้นทางของ ‘Dr. Vandana Shiva’ ทางด้านวิชาการ

เส้นทางอาชีพของ ‘Dr. Vandana Shiva’ เป็นเส้นทางแห่งการโชกโชน อีกทั้งยังมีการพูดอย่างกว้างขวาง ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับความก้าวหน้า ทางด้านการเกษตรและอาหาร , สิทธิทรัพย์สินทางปัญญา , ความหลากหลายทางชีวภาพ ,  เทคโนโลยีชีวภาพ , จริยธรรมทางชีวภาพ รวมทั้งวิศวกรรมพันธุกรรม อันเป็นหนึ่งในสาขาที่พระอิศวรได้ต่อสู้ผ่านแคมเปญกิจกรรม เธอได้ช่วยยกองค์กรระดับรากหญ้าของขบวนการสีเขียวในแอฟริกา , เอเชีย , ละติน , อเมริกา , ไอร์แลนด์ , สวิตเซอร์แลนด์และออสเตรียด้วยการรณรงค์ต่อต้านความก้าวหน้า ในการพัฒนาการเกษตรผ่านพันธุวิศวกรรมอีกด้วย

‘Dr. Vandana Shiva’ คือ นักวิชาการทางอินเดีย ผู้มีชื่อเสียงในระดับนานาชาติ

ผลงานของเธอนั้นมีมากมาย โดย ‘Dr. Vandana Shiva’  ยังทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับรัฐบาลในอินเดีย รวมทั้งต่างประเทศตลอดจนองค์กรที่ไม่ใช่ภาครัฐ เช่น เวทีระหว่างประเทศเกี่ยวกับโลกาภิวัตน์ , องค์กรสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาสตรี – เครือข่ายโลกที่ 3 ‘Dr. Vandana Shiva’ เป็นประธานคณะกรรมาธิการอนาคตของอาหาร ซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยแคว้นทัสคานีในอิตาลี เท่านั้นยังไม่พอเธอยังเป็นสมาชิกสภาของ World Future Council พร้อมทำหน้าที่ในคณะกรรมการของรัฐบาลอินเดียในการทำเกษตรอินทรีย์ เธอเข้าร่วมในโครงการตลาดหลักทรัพย์แห่ง Vision ในปี 2007

ประโยชน์ และหน้าที่ของนักวิจัยมีอะไรบ้าง


Deprecated: Function get_magic_quotes_gpc() is deprecated in /home/beyondpa/public_html/wp-includes/formatting.php on line 4781

Deprecated: Function get_magic_quotes_gpc() is deprecated in /home/beyondpa/public_html/wp-includes/formatting.php on line 4781
researcher123pic

researcher123

คุณเคยประสบกับคำถามเหล่านี้หรือไม่ “โตขึ้นอยากทำอาชีพอะไร”, “คิดออกหรือยัง ว่าอยากทำอะไร” คำตอบที่ได้ก็คงหนีไม่พ้นอาชีพพื้นฐานอย่าง คุณครู พยาบาล หมอ หรือตำรวจ ซึ่งจริงๆ แล้วในประเทศไทยของเรายังมีอาชีพอีกมากมาย หนึ่งในนั้นก็คือ อาชีพนักวิจัย แต่ทำไมอาชีพนี้ถึงไม่ค่อยมีใครสนใจทั้งที่ก็สามารถสร้างประโยชน์ให้กับประเทศได้ไม่แพ้หลายๆ อาชีพ วันนี้เราจึงได้นำประโยชน์ และหน้าที่ของนักวิจัยมาให้ศึกษากัน เพื่อเป็นอาชีพทางเลือกสำหรับใครที่ฝันอยากมีผลงานเป็นของตนเอง

ประโยชน์และหน้าที่ของนักวิจัย

นักวิจัย เป็นอาชีพที่ต้องใช้ความพยายาม และความมุ่งมั่นอย่างมาก เพราะในหนึ่งชิ้นงานค่อนข้างใช้เวลา บางชิ้นงานทำกันข้ามปีเลยก็มี ซึ่งประโยชน์ของนักวิจัยก็คือ การทำให้สิ่งที่เป็นปริศนาเกิดการคลายปม สร้างความรู้ใหม่ๆ ในแต่ละวงการ ไม่ว่าจะเป็นวงการทางวิทยาศาสตร์ สังคม แพทย์ ฯลฯ ซึ่งทำให้เกิดความก้าวหน้าทั้งในด้านการปฏิบัติ และด้านเนื้อหา ทฤษฎี ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดข้อเท็จจริงในเรื่องนั้นๆ แล้วสามารถนำไปต่อยอด ปรับปรุงแก้ไข หรือพัฒนาในด้านต่างๆ ได้ โดยหน้าที่ของนักวิจัย มีดังนี้

  1. ขออนุญาตให้เป็นนิสัย – หน้าที่แรกของนักวิจัยที่ต้องทำไม่ว่าจะวิจัยเรื่องใดก็ตาม คือ ต้องมีการติดต่อขออนุญาต และต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของข้อมูลแล้ว ไม่ว่าจะเป็นตัวบุคคล สถาบัน หรือหน่วยงานต่างๆ จึงจะลงมือเก็บข้อมูล และรวบรวมข้อมูลที่ได้กลับไปดำเนินงานขั้นต่อไป
  2. รู้จักคิด วิเคราะห์ให้เป็น – สิ่งสำคัญของนักวิจัย คือ การรู้จักคิด วิเคราะห์ข้อมูลที่มี เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำมากที่สุด ซึ่งต้องไม่มีการตกแต่งข้อมูล หรือกำหนดค่าสถิติ ตัวเลขขึ้นมาเอง เรียกได้ว่าต้องตรงไปตรงมา เก็บข้อมูลมาอย่างไรต้องใช้ให้ครบ ตรงความจริง
  3. รายงานผลการวิเคราะห์ – หน้าที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ การรายงานผลการวิเคราะห์ข้อมูล เช่นเดียวกับข้อที่ 2 คือควรทำด้วยความจริง ไม่มีการบิดเบือนข้อมูล หรือปิดบังซ่อนเร้นเพื่อให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ผลประโยชน์ ภาษาที่ใช้ควรเป็นภาษาที่กระชับ ได้ใจความ และถูกต้องชัดเจน ซึ่งผลที่ได้ก็ควรเป็นผลรวมทั้งหมด ที่ไม่มีการนำชื่อผู้ให้ข้อมูล หรือนำเอาข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ มาเปิดเผย
  4. ต้องไม่บังคับ ข่มขู่ผู้ให้ข้อมูล – อย่างที่บอกว่าต้องมีการติดต่อ และได้รับอนุญาตก่อนทุกครั้ง ดังนั้น นักวิจัยต้องไม่มีการข่มขู่ บังคับ หรือกระทำการใดๆ ที่ผู้ให้ข้อมูลไม่สบายใจ เพื่อเป็นการเคารพ ให้เกียรติผู้ให้ข้อมูลที่ถือเป็นผู้เสียสละในอาชีพของเรา ทั้งนี้หากนักวิจัยหาข้อมูลที่ผู้อื่นได้ทำไว้แล้ว มาศึกษาหรือต่อยอด ก็ควรใส่อ้างอิงข้อความคิดเห็น ความรู้ของบุคคลผู้ค้นพบนั้นๆ ในงานวิจัยด้วย

AlHasan นักวิทยาศาสตร์ที่โลกลืม


Deprecated: Function get_magic_quotes_gpc() is deprecated in /home/beyondpa/public_html/wp-includes/formatting.php on line 4781

Deprecated: Function get_magic_quotes_gpc() is deprecated in /home/beyondpa/public_html/wp-includes/formatting.php on line 4781

Abu All al-Hasan ibn al-Hasan ibn al-Haytham

นามเต็มๆของท่าน คือ Abu All al-Hasan ibn al-Hasan ibn al-Haytham หรือชาวตะวันตกรู้จักกันดีในชื่อ Alhazen นักวิทยาศาสตร์ที่ถูกโลกลืมคนนี้ เกิด ณ ประเทศอิรัก ปี ค.ศ.965 เขาเป็นอัจฉริยะทั้งใน วิชาคณิตศาสตร์ , ดาราศาสตร์ , แพทย์ , วิชาเรขาคณิตและการมองเห็น เขาได้เขียนหนังสือทางการแพทย์ออกมาหลายต่อหลายเล่ม ซึ่งในแต่ล่ะเล่มล้วนเต็มไปด้วยเนื้อหาอันทรงคุณค่า

Alhazen ใช้ชีวิตอยู่ในกรุง Bagdad อย่างสันโดษ เขามีความชำนาญในเรื่องแพทย์ด้านสายตา ชาว Bagdad ชอบมาถามเขาในทุกเรื่อง เนื่องจาก Alhazen เป็นคนเก่งที่มีชื่อเสียง เขาเป็นผู้มีความรู้ทางด้านดาราศาสตร์ , เรขาคณิต ,  คณิตศาสตร์ , จักษุแพทย์ , ฟิสิกส์ และจิตวิทยา

ผลงานที่โดดเด่นของ Alhazen

  • Alhazen ​ได้รับการขนานนามว่า ‘นัก​วิทยาศาสตร์​ที่​แท้​จริง​คน​แรก​ของ​โลก’ เนื่องจากเขาใช้วิธีทดลอง​ที่​ละเอียด​ถี่ถ้วน​
  • เขาเป็นผู้​ค้น​พบ​หลักการ​พื้น​ฐาน​ของ​การ​ถ่าย​รูป
  • การ​ค้นคว้า​ของ​เขาทางด้านพื้นฐานของการถ่ายรูป ​ทำ​ให้​เกิดการ​พัฒนา​ต่อยอด พร้อม​นำ​ไป​สู่​การ​ผลิต​แว่นตา , กล้อง​จุลทรรศน์ รวมทั้ง​กล้อง​โทรทรรศน์​รุ่น​แรก ๆ

ความ​ยิ่ง​ใหญ่​ของ​ Alhazen ‘หา​ใช่​ผล​จาก​การ​ค้น​พบ​อัน​ยิ่ง​ใหญ่ หากแต่ความ​ยิ่ง​ใหญ่​ของ​เขา​มา​จาก​การ​ที่​เขา​สอนให้​​โลก​จักรู้​วิธี ทดลองทาง​วิทยาศาสตร์​ต่าง​หาก’ ทำให้ตำรา​ทัศนศาสตร์ ของนักวิทยาศาสตร์คนนี้ ได้รับ​​กล่าวขาน​ว่า​เป็น ‘ตำรา​วิทยาศาสตร์​​แท้​จริง’ เนื่องจาก​มี​คำ​อธิบาย​อย่างเป็นขั้น​ตอน​ เริ่มตั้งแต่ ​ทดลอง , อุปกรณ์ , ​วัด รวมทั้ง​บันทึกผล​​ทดลอง​ไว้​อย่าง​ครบ​ถ้วน

กระบวนการ​ทาง​วิทยาศาสตร์กับ Alhazen

ลักษณะอัน​โดด​เด่น​ของ​ผล​งาน​ที่​ Alhazen สร้าง​จนกลายมาเป็นตำนาน ​คือ ​การ​ค้นคว้า​อย่าง​ละเอียด โดยสิ่งเขาทดลองนั้น​เป็น​ระบบ อัน​เกี่ยว​กับ​ปรากฏการณ์​ทาง​ธรรมชาติ สำหรับวิธี​ที่​เขา​ทำ​จัด​ว่ามีความ​ล้ำ​ยุคมาก​ใน​สมัย​นั้น เขา​เป็น​หนึ่ง​ใน​ผู้สนใจศาสตร์ต่างๆ​คน​แรกๆของโลก ซึ่ง​ลงมือพิสูจน์​ทฤษฎี​ต่าง ๆ ด้วย​การ​ทดลอง​ เขา​ปราศจากความ​กลัว ​ที่​จะ​ตั้ง​ข้อ​สงสัย​ความ​รู้เพื่อไขแจ้งความรู้ที่แท้จริง

หนึ่งในผลงานของ Alhazen :: กล้อง​ทาบ​เงา​หรือ​กล้อง​รู​เข็ม

Alhazen ​เป็นผู้​ค้น​พบ​หลักการ​พื้น​ฐาน​ของ​การ​ถ่าย​ภาพ​ เขาได้สร้าง​กล้อง​ทาบ​เงา​หรือ​กล้อง​รู​เข็ม​เป็นชิ้น​แรก​ของ​โลก โดยเขา​สร้าง ‘ห้อง​มืด’ ​ปิดทึบ​ทุก​ด้าน หากแต่มีการ​เจาะ​รู​ขนาด​เท่า​รู​เข็ม​ไว้​บริเวณ​ด้านใด ด้าน​หนึ่ง​เพื่อ​ให้​แสง​ทะลุ​ผ่าน ส่งผล​ให้​เกิด​ภาพ​หัว​กลับ​ของ​วัตถุ ซึ่งไปปรากฏ​อยู่บริเวณ​ด้าน​นอก​บน​ผนัง​ใน​ห้อง หลังจากนั้นใน​ปี ค.ศ. 1800 มี​การริเริ่ม​ใส่​แผ่น​เพลท​ภาพ​เข้า​มา​ใน​กล้อง​รู​เข็ม ​เพื่อเพิ่มศักยภาพ​ให้​ได้​ภาพ​อันคงทน ด้วยเหตุนี้กล้อง​ถ่าย​รูป​จึง​ถือ​กำเนิด​ขึ้นมาได้ และกล้อง​ถ่าย​รูปในปัจจุบันนี้ ​ใช้​หลัก​ฟิสิกส์เฉกเช่น​เดียว​กับ​กล้อง​รู​เข็ม​ โดยความ​จริง​แล้วทั้งหมดนี้ก็​เป็น​หลักการ​ทำ​งาน​ของ​ดวง​ตามนุษย์​นั่น​เอง

5 นักวิทยาศาสตร์ไทยที่มีผลงานดีเด่น


Deprecated: Function get_magic_quotes_gpc() is deprecated in /home/beyondpa/public_html/wp-includes/formatting.php on line 4781

Deprecated: Function get_magic_quotes_gpc() is deprecated in /home/beyondpa/public_html/wp-includes/formatting.php on line 4781
King Rama VI

Dr. Krisana Kraisin

‘วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ’ เป็นอีกวันหนึ่งที่มีความสำคัญของประเทศไทย ซึ่งตรงกับวันที่ 18 สิงหาคมทุกปี โดยวันนี้มีความสำคัญและมีความหมาย คือ เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้ทอดพระเนตรสุริยุปราคาเต็มดวงในปี พ.ศ.2411 สำหรับบทความนี้ เราจะมาแนะนำให้เยาวชนคนรุ่นหลังได้รู้จักกับ 5 นักวิทยาศาสตร์ชาวไทย ซึ่งสามารถสร้างผลงานอันโดดเด่น จนกลายมาเป็นเรื่องเล่าขานจนถึงปัจจุบันนี้

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงโปรดศึกษาวิชาวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะวิชาดาราศาสตร์ ท่านทรงมีความเชี่ยวชาญเทียบเท่ากับนักดาราศาสตร์สากลเลยทีเดียว ผลงานทางของท่าน ได้แก่ งานวิจัย รวมทั้งการสถาปนาเวลามาตรฐาน ท่านทรงคำนวณเหตุการณ์สำคัญไว้ล้วงหน้าว่าจะเกิดสุริยุปราคา ณ ตำบลหว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ วันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ.2411 ท่านสามารถทำนายได้อย่างแม่นยำ จนถึงขนาดได้รับการยกย่องว่าเป็น ‘พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย’

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี

ท่านทรงเป็นเจ้าฟ้านักวิทยาศาสตร์ ผู้สร้างผลงานกึกก้องไปทั่วโลกในวิชา สารเคมีก่อมะเร็ง และพิษวิทยาสิ่งแวดล้อม ท่านทรงก่อตั้งสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ.2530 สร้างห้องปฏิบัติการสารเคมีก่อมะเร็ง รวมทั้งท่านยังเป็นศาสตราจารย์ประจำภาควิชาชีวเคมี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ศาสตราจารย์พิเศษ เภสัชกรหญิง ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์

เภสัชกรหญิง ผู้มีจิตเมตตาเสียสละความสุขส่วนตนเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยผู้ตกทุกข์ได้ยาก ด้วยการเดินทางไปผลิตยาในทวีปแอฟริกาและเอเชีย โดยท่านเป็นผู้ริเริ่มโครงการวิจัยยาต้านเอดส์ จนถึงขนาดสามารถผลิตยา ‘ยาเอดส์’ ได้เป็นครั้งแรก ท่านประสบความสำเร็จในการผลิตยาต้านเชื้อเอดส์ ชื่อ Afrivir หลังจากนั้นท่านก็สามารถวิจัยผลิตยา ชื่อ Thai-Tanzunate ในประเทศแทนซาเนียได้สำเร็จ โดยยานี้เป็นยารักษาโรคมาลาเรีย ผลงานอันโดดเด่นรวมทั้งการอุทิศตัวเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ของดร.กฤษณา ได้รับความสนใจในวงกว้าง จนถึงขนาดนำมาสร้างเป็นชีวประวัติ

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ประเวศ วะสี

ท่านเป็นทั้งศาสตราจารย์เกียรติคุณ , กรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล , กรรมการสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ,กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิแห่งมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ นอกจากนี้ยังเป็นนักวิชาการด้านสาธารณสุข และนักวิชาการทางการศึกษา ท่านมีคุณงามดีเป็นผู้สนับสนุนงานค้นคว้าวิจัยต่างๆ ผลงานสำคัญ คือ ค้นพบกลไกทางพันธุศาสตร์ของโรคแอลฟ่าธาลัสซีเมีย และได้รับรางวัลใน ปีพ.ศ.2526

ศาสตราจารย์ ดร.ถาวร วัชราภัย

ท่านเป็นนักวิทยาศาสตร์ชาวไทย ได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์ เมื่อปี พ.ศ.2532 สาขาพฤกษศาสตร์ โดนผลงานของท่าน คือ เป็นผู้ค้นพบการเกิดใหม่ของดอกกล้วยไม้อันมีลักษณะที่เปลี่ยนไปจากเดิม เพราะเกิดการผกผันแปรของเซลล์ร่างกายในต้นที่ขยายพันธุ์ โดนท่านเป็นคนแรกที่รายงานปรากฏการณ์นี้ เมื่อปีพ.ศ.2515

ศาสตราจารย์มาเรียม มีร์ซอคอนี นักคณิตศาสตร์หญิง อัจฉริยะ


Deprecated: Function get_magic_quotes_gpc() is deprecated in /home/beyondpa/public_html/wp-includes/formatting.php on line 4781

Deprecated: Function get_magic_quotes_gpc() is deprecated in /home/beyondpa/public_html/wp-includes/formatting.php on line 4781
Moriarty_

Moriarty_

การจะก้าวขึ้นมาเป็นนักคณิตศาสตร์เก่งๆ สักคนบนโลกใบนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ลำพังแค่พื้นฐานของวิชาคณิตศาสตร์ทุกคนก็รู้กันดีอยู่แล้วว่ามันยากแค่ไหนดังนั้นคนที่เก่งในเรื่องนี้จริงๆ นอกจากมีพรสวรรค์ติดตัวมาตั้งแต่เกิดยังต้องมีพรแสวงในการศึกษาค้นคว้าเรื่องต่างๆ เพื่อให้เกิดความรู้ใหม่ๆ อยู่เสมอ ในยุคปัจจุบันนักคณิตศาสตร์ที่ได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดอัจฉริยะหญิงของโลกเธอชื่อว่า ศาสตราจารย์มาเรียม มีร์ซอคอนี นักคณิตศาสตร์ชาวอิหร่านที่เก่งมาก

นักคณิตศาสตร์หญิงอัจฉริยะของโลก ศาสตราจารย์มาเรียม มีร์ซอคอนี

ศาสตราจารย์มาเรียม มีร์ซอคอนี เกิดเมื่อปี 1977 ที่กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน ชีวิตของเธอเติบโตขึ้นมายุคหลังการปฏิวัติอิสลาม เธอได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานในประเทศกระทั่งอายุ 17 ปี ได้มีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกพร้อมคว้าเหรียญทองมาครองได้ 2 เหรียญ อีกทั้งได้ชื่อว่าเป็นเยาวชนหญิงคนแรกของประเทศที่สามารถคว้ารางวัลนี้มาครองได้ ต่อมา ศาสตราจารย์มาเรียม มีร์ซอคอนี ได้มีโอกาสไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ การศึกษาสูงสุดที่เธอทำได้คือจบระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เมื่อปี 2004 เริ่มต้นการทำงานด้วยการรับงานสอนในมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน ต่อมาได้เข้าสอนเป็นอาจารย์ ณ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เมื่อปี 2008 ชีวิตส่วนตัวของเธอได้สมรสกับนายยาน ฟอนดรัก นักวิทยาศาสตร์เชื้อสายเช็ก มีลูกสาวด้วยกัน 1 คน แม้ในช่วงวัยเด็กของตนเองมีความใฝ่ฝันว่าอยากเป็นนักเขียนทว่าเมื่อตอนเธอเรียนช่วงมัธยมปลายได้ค่อยๆ เปล่งประกายความสามารถทางด้านคณิตศาสตร์ออกมาให้คนรอบข้างได้เห็นนั่นคือจุดที่ทำให้เธอเปลี่ยนเป้าหมายชีวิตของตนเอง เธอเคยคว้ารางวัล เหรียญฟิลด์ส เมื่อปี 2014 ซึ่งถือเป็นผู้หญิงคนแรกของโลก รางวัลดังกล่าวเป็นรางวัลสำหรับบุคคลที่มีผลงานโดดเด่นทางด้านของคณิตศาสตร์ระดับโลก หากจะว่ากันตามจริงคือนี่เป็นเกียรติยศระดับรางวัลโนเบลกันเลยก็ว่าได้ โดยผลงานที่ทำให้เธอได้รางวัลนี้คือ ปัญหาเรขาคณิตซับซ้อนและระบบพลวัตทางคณิตศาสตร์

ทว่าจริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องน่าเศร้าที่เธอตรวจพบว่าตนเองเป็นโรคมะเร็งเต้านมเมื่อปี 2013 เธอใช้เวลาในการรักษาตนเองยาวนานกว่า 4 ปี กระทั่งมะเร็งได้ลุกลามเข้าไปยังไขกระดูกของตัวเธอกระทั่งเธอเสียชีวิตอย่างสงบในวัยเพียง 40 ปี ที่โรงพยาบาลในสหรัฐฯ เมื่อปี 2017 เหลือไว้เพียงผลงานอันน่าจดจำซึ่งเธอได้รับการยกย่องให้เป็นอัจฉริยะทางคณิตศาสตร์พร้อมเป็นบุคคลตัวอย่างเรื่องการสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนหญิงจากทั่วโลก

เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ ศาสตราจารย์มาเรียม มีร์ซอคอนี ต้องจากโลกนี้ไปก่อนวัยอันควรแต่ถือว่าเธอได้สร้างอะไรดีๆ ให้กับโลกของเรามากมาย

สุดยอดนักคณิตศาสตร์ ผู้ทิ้งผลงานอันหน้าทึ่งของโลก


Deprecated: Function get_magic_quotes_gpc() is deprecated in /home/beyondpa/public_html/wp-includes/formatting.php on line 4781

Deprecated: Function get_magic_quotes_gpc() is deprecated in /home/beyondpa/public_html/wp-includes/formatting.php on line 4781
w01___

vote4

ปกติเรามักได้ยินแต่นักวิทยาศาสตร์ผู้มีชื่อเสียงระดับโลกแต่คราวนี้เราจะมาพูดถึงนักคณิตศาสตร์ที่มีชื่อเสียงกันบ้าง แม้วิชาคณิตศาสตร์จะเป็นที่รู้กันว่ามันยากเย็นสุดๆ บางคนถึงขนาดบอกลาไม่อยากยุ่งกับวิชาเหล่านี้กันเลยแต่ต้องยอมรับว่าเพราะคณิตศาสตร์ทำให้โลกของเราได้พบเจออะไรหลายๆ อย่างที่เราคาดไม่ถึง และบรรดานักคณิตศาสตร์เหล่านี้ได้ทิ้งผลงานอันน่าทึ่งไว้มากมาย ลองมาดูกันว่าเป็นใครบ้าง

สุดยอดนักคณิตศาสตร์ผู้ทิ้งผลงานแสนทึ่งไว้ให้กับโลก

  1. เลออนฮาร์ด ออยเลอร์ – เขาคือนักคณิตศาสตร์ และนักฟิสิกส์ชาวสวิตเซอร์แลนด์ เป็นผู้คิดค้นด้านคณิตศาสตร์มากมายที่เราใช้งานกันอยู่ทุกวันนี้ เช่น แคลคูลัส, ทฤษฎีกราฟ, โทโปโลยี, ทฤษฎีจำนวนเชิงวิเคราะห์ เป็นต้น เป็นบุคคลคนแรกของโลกในการนำเอาวิชาแคลคูลัสไปใช้ร่วมกับฟิสิกส์ พร้อมกันนี้ยังเป็นคนแรกที่ใช้คำว่า ฟังก์ชั่น ด้วย
  2. โยฮัน คาร์ล ฟรีดริช เกาส์ – นักคณิตศาสตร์ชาวเยอรมัน ได้รับสมญานามให้เป็น เจ้าชายแห่งคณิตศาสตร์ มีผลงานในหลายสาขามากๆ อาทิ ทฤษฎีจำนวน, สถิติ, พีชคณิต, คณิตวิเคราะห์, ทฤษฎีเมตริก, เรขาคณิต, ยีออเดซี, กลศาสตร์, ธรณีฟิสิกส์, ไฟฟ้าสถิต และดาราศาสตร์ ถือเป็นบุคคลที่มีความอัจฉริยะระดับเดียวกับไอน์สไตน์ ต่อให้จับเรื่องไหนก็พบความรู้พร้อมวิธีการคำนวณใหม่ๆ ในการสร้างรากฐานให้วิชานั้นเสมอ
  3. ไอแซก นิวตัน – นักคณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์ และฟิสิกส์ขาวอังกฤษ เขาคือหนึ่งในบุคคลที่โด่งดังได้รับการยอมรับในวงกว้างมากๆ เกี่ยวกับเชิงวิทยาศาสตร์ เป็นผู้มีบทบาทสำคัญสำหรับการปฏิวัติวงการวิทยาศาสตร์ นี่คือผู้คิดค้นกฎการเคลื่อนที่ แรงโน้มถ่วง ซึ่งเป็นกฎทางวิทยาศาสตร์ในการศึกษาเรื่องของจักรวาลมากระทั่งทุกวันนี้ ในทางคณิตศาสตร์เขาเป็นผู้คิดค้นแคลคูลัสเชิงปริพันธ์และอนุพันธ์ เป็นการคิดค้นร่วมกับ กอทท์ฟรีด ไลบ์นิซ นักคณิตศาสตร์ชาวเยอรมัน
  4. ยุคลิด – บางคนเรียกว่ายุคลิดแห่งอเล็กซานเดรีย ถือเป็นนักคณิตศาสตร์ที่มีอิทธิพลสูงจนถึงศตวรรษที่ 20 นี่คือศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยอเล็กซานเดรียสมัยกรีกโบราณ ผลงานเด่นๆ คือการเขียนตำราทางคณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์อย่างน้อยๆ 9 ชิ้น ทว่าปัจจุบันเหลืออยู่แค่ 5 ชิ้น
  5. อาร์คิมิดีส – นักคณิตศาสตร์ นักดาราศาสตร์ นักฟิสิกส์ วิศวกร และนักปรัชญาชาวกรีก เป็นนักคณิตศาสตร์คนสำคัญในยุคโบราณ หนังสือที่อยู่รอดมาได้จนปัจจุบัน เช่น ดุลยภาพของระนาบสำหรับคำนวณพื้นที่จุดศูนย์กลางมวลของบรรดาวัตถุต่างๆ, หนังสือเรื่องการวัดวงกลม เป็นต้น

นักคณิตศาสตร์เหล่านี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่ทิ้งผลงานอันแสนน่าทึ่งไว้ให้คนบนโลกได้จดจำใช้งานมาจนกระทั่งทุกวันนี้เลยทีเดียว

การคิดค้นต้องห้ามของนักวิทยาศาสตร์ในอดีต


Deprecated: Function get_magic_quotes_gpc() is deprecated in /home/beyondpa/public_html/wp-includes/formatting.php on line 4781

Deprecated: Function get_magic_quotes_gpc() is deprecated in /home/beyondpa/public_html/wp-includes/formatting.php on line 4781

นักวิทยาศาสตร์คือบุคคลผู้มีความเป็นเลิศในมันสมอง เป็นผู้ค้นพบความจริงใหม่ๆ และประดิษฐ์สิ่งของ เทคโนโลยีใหม่ๆให้เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ แม้ภาพลักษณ์ของนักวิทยาศาสตร์ที่เราเห็นกันตามการ์ตูนหรือภาพยนตร์จะเป็นเหมือนชายชราผมขาว ท่าทางดูบ๊องๆ แต่ความจริงแล้วนักวิทยาศาสตร์ในอดีตบางคนไม่ได้เป็นเช่นนั้น หากแต่เป็นคนธรรมดาอย่างเราๆ แต่กลับลงมือคิดค้นหรือทดลองอะไรบางอย่างเกินกว่าโลกจะรับไหว !!

Nazi Experiments

การทดลองนาซีเป็นการทดลองที่ใช้มนุษย์เป็นๆจำนวนมาก ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นักโทษที่ถูกพวกนาซีจับไปถูกใช้เป็นหนูตะเภา ในการทดลองทางการแพทย์หลายอย่าง เช่น

  • การทดลองเกี่ยวกับโรคทั่วไป เช่น วัณโรค โดยแพทย์จะกระทำโดยการฉีดเชื้อโรคเหล่านี้ให้กับนักโทษ เพื่อนำไปลองยากัน โดยการให้ร่วมมีเพศสัมพันธ์กับนักโทษโสเภณีจากค่ายกักกัน ว่าจะเกิดการติดหรือไม่แต่ไม่รอดก็ตาย แต่ถึงรอดจากโรคก็ตายอยู่ดี เพราะท้ายที่สุดเหยื่อผู้รอดชีวิตทั้งหมดต้องถูกยิงตายเยี่ยงสัตว์ตัวหนึ่ง
  • การผ่ากะโหลกศีรษะ ของนักโทษออกเป็น 2 ซีกตอนยังมีชีวิตอยู่เพื่อต้องการตรวจสอบระบบการทำงานของสมองของมนุษย์ขณะยังมีสติ
  • การตัดอวัยวะเพศ หรืออวัยวะส่วนอื่นๆของร่างกายเพื่อนำมาทดสอบเรื่องยีน โดยปราศจากยาสลบ

North Korean Experimentation

การทดลองในมนุษย์ใน ค่ายกักกันของประเทศเกาหลีเหนือ ซึ่งคล้ายกับการทดลองมนุษย์ของนาซีในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยนักโทษที่ค่ายกักกัน จะถูกทดลองด้วยวิธีการอันน่าสยดสยองเกินบรรยาย เช่น

  • นักโทษหญิง จะถูกถูกบังคับให้กินกะหล่ำปลีอันเต็มไปด้วยพิษ และหลังจากที่ได้กินเข้าไปนักโทษก็จะส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความทุกข์ทรมาน หลังจากนั้น 20 นาทีต่อมาพวกเขาทั้งหมดก็อ้วกออกมาเป็นเลือดทั้งทางปากและทางทวารหนัก ก่อนตายอย่างน่าสังเวช
  • มีห้องปฏิบัติการสำหรับทดลองก๊าซพิษ หลังจากผ่านการตรวจสอบต่างๆ เหยื่อจะถูกส่งไปยังห้องรมก๊าซ แพทย์ก็จะฉีดยาพิษเข้าสู่ร่างกายและมองผ่านกระจก เพื่อดูคนทดลองตายอย่างช้าๆ

Poison laboratory of the Soviets

โซเวียตจะทดสอบพิษร้ายแรงหลากชนิด กับนักโทษจากคุก Gulag  โดยให้สูดดมหรือกิน โดยเป้าหมายของการทดสอบคือ ต้องการหาสารพิษที่ปราศจากรส ปราศจากกลิ่น ปราศจากสี ส่งผลให้เหยื่อจากการทดลองมีร่างกายผิดเพี้ยนไปจากเดิม ส่วนบางรายตายภายในเวลา 15 นาที

Tuskegee Syphilis Study

เป็นศึกษาการเจริญเติบโตของโรคซิฟิลิส เพราะตอนนั้นยังไม่มียารักษา โดยการทดลองคือการฉีดยาให้ผู้ทดลองที่เป็นคนแก่ผิวดำในย่านแถวนั้น โดยคนผิวดำเหล่านี้คิดว่า ตนเองกำลังได้รับการรักษาจากรัฐ แต่การวิจัยในครั้งนี้กลับดำเนินการต่อเนื่องถึง 40 ปี ส่งผลให้ผู้ถูกทดลองรอดแค่ 70 คนจากทดลอง แต่ตายไปเป็นพันเป็นแสนคน